พระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
พระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์
พ.ศ. ๒๕๕๐
พระราชบัญญัติ
จดแจ้งการพิมพ์
พ.ศ.
๒๕๕๐[1]
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เป็นปีที่
๖๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการจดแจ้งการพิมพ์
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา
๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติตามกฎหมาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดังต่อไปนี้
มาตรา
๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๕๐"
มาตรา
๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา
๓ ให้ยกเลิก
(๑)
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔
(๒)
พระราชบัญญัติการพิมพ์ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๔
(๓)
พระราชบัญญัติการพิมพ์ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๘
(๔)
คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๕ ลงวันที่ ๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙
(๕)
คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๓๖ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม พุทธศักราช
๒๕๑๙
มาตรา
๔ ในพระราชบัญญัตินี้
"พิมพ์"
หมายความว่า ทำให้ปรากฏด้วยตัวอักษร รูปรอบ ตัวเลข แผนผังหรือภาพโดยวิธีการอย่างใด
ๆ
"สิ่งพิมพ์"
หมายความว่า สมุด หนังสือ แผ่นกระดาษ หรือวัตถุใด ๆ ที่พิมพ์ขึ้นเป็นหลายสำเนา
"หนังสือพิมพ์"
หมายความว่า สิ่งพิมพ์ซึ่งมีชื่อจ่าหน้าเช่นเดียวกัน
และออกหรือเจตนาจะออกตามลำดับเรื่อยไป มีกำหนดระยะเวลาหรือไม่ก็ตาม
มีข้อความต่อเนื่องกันหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึงนิตยสาร วารสาร
สิ่งพิมพ์ที่เรียกชื่ออย่างอื่นในทำนองเดียวกัน
"ผู้พิมพ์"
หมายความว่า บุคคลซึ่งจัดการและรับผิดชอบในการพิมพ์
"ผู้โฆษณา"
หมายความว่า บุคคลซึ่งรับผิดชอบในการจัดให้สิ่งพิมพ์แพร่หลายด้วยประการใด ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการขายหรือให้เปล่า
"บรรณาธิการ"
หมายความว่า บุคคลผู้รับผิดชอบในการจัดทำ และควบคุมเนื้อหา
ข้อความหรือภาพที่ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์
รวมทั้งวัสดุหรือเอกสารที่แทรกในหนังสือพิมพ์โดยความเห็นชอบของบรรณาธิการด้วย
"เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์"
หมายความว่า บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์
"พนักงานเจ้าหน้าที่"
หมายความว่า ผู้ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา
๕ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับกับสิ่งพิมพ์ ดังต่อไปนี้ คือ
(๑)
สิ่งพิมพ์ของส่วนราชการ หรือหน่วยงานรัฐ
(๒)
บัตร บัตรอวยพร ตราสาร แบบพิมพ์ และรายงานซึ่งใช้กันตามปกติในการส่วนตัว การสังคม
การเมือง การค้า หรือสิ่งพิมพ์ที่มีอายุการใช้งานสั้น เช่น แผ่นพับหรือแผ่นโฆษณา
(๓)
สมุดบันทึก สมุดแบบฝึกหัด หรือสมุดภาพระบายสี
(๔)
วิทยานิพนธ์ เอกสารคำบรรยาย หรือสูตรการเรียนการสอน
หรือสิ่งพิมพ์อื่นทำนองเดียวกันที่เผยแพร่ในสถานศึกษา
มาตรา
๖
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎหระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
หมวดที่ 1
มาตรา
๗ ผู้พิมพ์หรือผู้โฆษณาสิ่งพิมพ์ที่พิมพ์และเผยแพร่ในราชอาณาจักรต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม
ดังต่อไปนี้
(๑)
มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(๒)
มีถิ่นที่อยู่ประจำในราชอาณาจักร
(๓)
ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๔)
ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่จะพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีหรือเป็นความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ในกรณีนิติบุคคลเป็นผู้พิมพ์หรือผู้โฆษณา
กรรมการ ผู้จัดการ
หรือผู้แทนอื่นของนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่งด้วย
มาตรา
๘ ในสิ่งพิมพ์ซึ่งเป็นหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือพิมพ์และพิมพ์ขึ้นในราชอาณาจักรให้แสดงข้อความ
ดังต่อไปนี้
(๑)
ชื่อของผู้พิมพ์และที่ตั้งโรงพิมพ์
(๒)
ชื่อและที่ตั้งของผู้โฆษณา
(๓)
เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือที่หอสมุดแห่งชาติได้ออกให้
ข้อความตามวรรคหนึ่งให้พิมพ์ไว้ในลักษณะที่เห็นได้ชัด
และบรรดาชื่อตาม (๑) และ (๒) มิให้เป็นชื่อย่อ หรือนามแฝง
สิ่งพิมพ์ตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึงสิ่งพิมพ์ที่บันทึกด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขายหรือให้เปล่าด้วย
มาตรา
๙ ให้ผู้พิมพ์ส่งสิ่งพิมพ์ตามมาตรา ๘
จำนวนสองฉบับให้หอสมุดแห่งชาติภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันเผยแพร่
มาตรา
๑๐ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจขอคำสั่งโดยประการในราชกิจจานุเบกษา
ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร ซึ่งสิ่งพิมพ์ใด ๆ
ที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี
รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือจะกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
โดยจะกำหนดเวลาห้ามไวในคำสั่งดังกล่าวด้วยก็ได้
การออกคำสั่งตามวรรคหนึ่ง
ห้ามมิให้นำข้อความที่มีลักษณะที่เป็นการหมิ่นประมาท
ดูหมิ่นหรือแสดงอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี
รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือจะกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนมาแสดงไว้ด้วย
สิ่งพิมพ์ที่เป็นการฝ่าฝืนวรรคหนึ่ง
ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจริบและทำลาย
หมวด
๒ หนังสือพิมพ์
มาตรา
๑๑
หนังสือพิมพ์ซึ่งพิมพ์ขึ้นภายในราชอาณาจักรต้องจดแจ้งการพิมพ์ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
ผู้ยื่นจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ต้องยื่นแบบการจดแจ้งการพิมพ์และหลักฐานซึ่งต้องมีรายการดังต่อไปนี้
(๑)
ชื่อ สัญชาติ ถิ่นที่อยู่ของผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา
บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์แล้วแต่กรณี
(๒)
ชื่อของหนังสือพิมพ์
(๓)
วัตถุประสงค์และระยะเวลาออกหนังสือพิมพ์
(๔)
ภาษาที่หนังสือพิมพ์จะออกใช้
(๕)
ชื่อและที่ตั้งโรงพิมพ์หรือสถานที่พิมพ์
(๖)
ชื่อและที่ตั้งสำนักงานของหนังสือพิมพ์
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแบบการจดแจ้งการพิมพ์และหลักฐานตามวรรคสองแล้ว
ให้รับจดแจ้งและออกหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งให้แก่ผู้ยื่นจดแจ้งโดยไม่ชักช้า
เว้นแต่ผู้ยื่นจดแจ้งยังดำเนินการไม่ถูกต้องหรือครบถ้วนตามมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา
๑๕ หรือมาตรา ๑๖
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แนะนำให้ผู้ยื่นจดแจ้งดำเนินการให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกเรื่องในคราวเดียวกันภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแบบการจดแจ้งการพิมพ์และหลักฐานการจดแจ้ง
เมื่อได้ดำเนินการถูกต้องและครบถ้วน
ให้รับจดแจ้งพร้อมออกหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งให้แก่ผู้แจ้งโดยพลัน
หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นจดแจ้ง
การจดแจ้ง การเปลี่ยนรายการหลักฐานการจดแจ้ง การยกเลิกหลักฐานการจดแจ้ง
การกำหนดแบบการจดแจ้งการพิมพ์และอัตราค่าธรรมเนียมการจดแจ้งให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา
๑๒ ในหนังสือพิมพ์ให้แสดงข้อความ ดังต่อไปนี้
(๑)
ชื่อของผู้พิมพ์และที่ตั้งของโรงพิมพ์
(๒)
ชื่อและที่ตั้งของผู้โฆษณา
(๓)
ชื่อของบรรณรธิการหนังสือพิมพ์
(๔)
ชื่อและที่ตั้งของเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์
ข้อความตามวรรคหนึ่งให้พิมพ์ไว้ในลักษณะที่เห็นได้ชัด
และบรรดาชื่อตามวรรคหนึ่งมิให้ใช้ชื่อย่อ หรือนามแฝง
มาตรา
๑๓ ชื่อของหนังสือพิมพ์ต้องไม่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑)
ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย พระปรมาภิไธยย่อ
พระนามาภิไธยย่อ หรือนามพระราชวงศ์
(๒)
ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับราชทินนาม เว้นแต่ราชทินนามของตน ของบุพการี
หรือของผู้สืบสันดาน
(๓)
ไม่ซ้ำกับชื่อหนังสือพิมฑ์ที่ได้รับจดแจ้งไว้แล้ว
(๔)
ไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย
มาตรา
๑๔ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้
(๑)
มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(๒)
มีสัญชาติไทย หรือสัญชาติแห่งประเทศซึ่งมีสนธิสัญญากับประเทศไทย
(๓)
มีถิ่นที่อยู่ประจำในราชอาณาจักร
(๔)
ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕)
ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่จะพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีหรือเป็นความผิดโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
มาตรา
๑๕ เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา ผู้พิมพ์ หรือผู้โฆษณาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม
ดังนี้
(๑)
มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(๒)
มีสัญชาติไทย
(๓)
มีถิ่นที่อยู่ประจำในราชอาณาจักร
(๔)
ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕)
ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่จะพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีหรือเป็นความผิดโดยประมาท
หรือความผิดลหุโทษ
มาตรา
๑๖
เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ที่เป็นนิติบุคคลต้องมีบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
๗๐ ของหุ้นทั้งหมด
และต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่าสามในสีของจำนวนกรรมการทั้งหมดเป็นผู้มีสัญชาติไทยด้วย
ห้ามมิให้บุคคลใดถือหุ้นแทนบุคคลซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยในนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ตามวรรคหนึ่ง
เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ที่เป็นนิติบุคคลมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นหรือมีกรรมการเป็นผู้มีสัญชาติไทยน้อยกว่าจำนวนที่กำหนดในวรรคหนึ่ง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เพิกถอนการจดแจ้ง
ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎหระทรวง
มาตรา
๑๗ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา
บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือผู้ใดเปลี่ยนแปลงรายการอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา
๑๑ วรรคสอง ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงรายการในหลักฐานการจดแจ้ง
ภายในสามสิบวันนับแต่ไดทำการเปลี่ยนแปลงรายการดังกล่าว
หมวด
๓ บทกำหนดโทษ
ส่วนที่
๑ โทษทางปกครอง
มาตรา
๑๙ ผู้พิมพ์หรือผู้โฆษณาผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๘ หรือมาตรา ๙ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา
๒๐ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา
๑๒ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา
๒๑ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา
๑๗ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินสองหมื่นบาท
มาตรา
๒๒ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา
๑๘ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินสามหมื่นบาท
มาตรา
๒๓
ถ้ากระทำผิดซึ่งมีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดต่อเนื่องและพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งลงโทษปรับทางปกครองสำหรับความผิดนั้น
ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษปรับรายวันอีกนับตั้งแต่วันที่คำสั่งลงโทษปรับทางปกครองดังกล่าวตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องในอัตราดังต่อไปนี้
(๑)
กรณีโทษปรับทางปกครองตามมาตรา ๑๙ และ ๒๐ ให้ปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งพันบาท
(๒)
กรณีโทษปรับทางปกครองตามมาตรา ๒๑ ให้ปรับอีกวันละไม่เกินสองพันบาท
(๓)
กรณีโทษปรับทางปกครองตามมาตรา ๒๒ ให้ปรับอีกวันละไม่เกินสามพันบาท
มาตรา
๒๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองแก่ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา
บรรณาธิการ หรือเจ้าของสิ่งพิมพ์หรือหนังสือพิมพ์
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่นายกรัฐมนตรีประกาศกำหนด
ส่วนที่
๒ โทษอาญา
มาตรา
๒๕ ผู้ใดออกหนังสือพิมพ์โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ับแจ้งตามมาตรา ๑๑ หรือรู้ว่าตนไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะที่ต้องห้ามของการเป็นผู้พิมพ์
ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ แล้วได้เป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา
บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ โดยฝ่าฝืนมาตรา ๗ มาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๑๖
มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา
๒๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๖ วรรคสอง มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี
หรือปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงห้าล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และให้ศาลสั่งให้เลิกการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุน หรือสั่งให้เลิกการร่วมประกอบธุรกิจ
หรือสั่งให้เลิกการถือหุ้น หรือการเป็นหุ้นส่วน แล้วแต่กรณี
หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษปรับวันละห้าหมื่นบาทถึงสองแสนห้าหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
มาตรา
๒๗ ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามมาตรา ๑๐ มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี
หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
บทเฉพาะกาล
มาตรา
๒๘ หนังสือพิมพ์ซึ่งได้แจ้งความแก่เจ้าพนักงานการพิมพ์ตามพระราชบัญญัติการพิมพ์
พุทธศักราช ๒๔๘๔ อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ให้ถือว่าหนังสือพิมพ์ดังหล่าวเป็นหนังสือพิมพ์ที่ได้จดแจ้งการพิมพ์ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้แล้ว
มาตรา
๒๙ ผู้ใดเป็นนผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ
หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ที่ได้จดแจ้งตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช
๒๔๘๔ อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา
บรรณราธิการ
หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ที่ได้มีการจดแจ้งการพิมพ์ตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว
ผู้สนองพระบรมราชโองการ
พลเอกสุรยุทธ์
จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น